





![]() | วันนี้ | 13 |
![]() | เมื่อวานนี้ | 24 |
![]() | อาทิตย์นี้ | 66 |
![]() | อาทิตย์ที่แล้ว | 129 |
![]() | เดือนนี้ | 338 |
![]() | เดือนที่แ้ว | 627 |
![]() | ท้งหมด | 17185 |
เค้กแต่งงาน
ประวัติเค้กแต่งงาน
"เค้กแต่งงาน" เป็นขนมหวานที่นิยมใช้เลี้ยงแขกเป็นสิ่งแรกหลังจากเสร็จสิ้นพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาว
โดยประวัติของ เค้กแต่งงานนั้นเริ่มขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12-15 ในสมัยโรมัน ซึ่งเป็นประเพณี
ที่แขกผู้ร่วมงานแต่งงานจะนำขนมเค้กก้อนเล็กๆ มีลักษณะคล้ายก้อนขนมปังมาร่วมงาน
จากนั้นจะนำมากองรวมกันเป็นชั้นๆ เพื่อให้คู่บ่าวสาวปีนขึ้นไปจูบกันบนยอดกองขนมเค้ก หากคู่บ่าวสาว
คู่ใดสามารถปีนขึ้นไปจูบกันบนยอดของชั้นเค้กได้เชื่อกันว่าจะเป็นคู่ที่โชคดี แต่หากทำไม่สำเร็จหรือตกลงมา
ก็คือว่าเป็นการสร้างความสนุกสนานครื้นเครงให้กับคนในงาน
ซึ่งหลังจากนั้น เค้กแต่งงานก็ได้มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ โดยเริ่มรวมขนมเค้กเอาไว้เป็นก้อน
เดียวแต่มีหลายๆ ชั้นเฉกเช่นในปัจจุบันนี้
เค้กแต่งงานโดยส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่ มีรูปร่างเป็นชั้นๆ เรียงกันขึ้นไป และมีการตกแต่งอย่างสวยสด
งดงามด้วยครีมและน้ำตาลแต่งหน้าเค้ก ซึ่งในบางครั้งอาจมีการนำแอลด์มอนมาเป็นส่วนผสมในการทำ โดยส่วนยอด
ของขนมเค้กนั้นมักประดับด้วยตุ๊กตาแทนตัวบ่าวสาว หรือในบางความคิดอาจใช้เป็นรูปนก รูปแหวนทอง
หรือรูปเกือกม้า ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี และความเจริญรุ่งเรืองสำหรับคู่บ่าวสาว
ซึ่งลักษณะของเค้กแต่งงานที่ดีจะต้องมีเนื้อแน่นสามารถรับน้ำหนักของชั้นเค้กที่ตกแต่งอย่างสวยงามได้
และที่สำคัญยังต้องรับประทานได้และอร่อยอีกด้วยสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยทักษะฝีมือความคิด
สร้างสรรค์และความปราณีตเป็นอย่างมากจากพ่อครัวหรือผู้ทำขนมเค้ก
หากจะพูดถึงประเพณีการตัดเค้กนั้น โดยส่วนใหญ่เจ้าสาวจะต้องเป็นคนตัดเค้กเอง โดยที่เจ้าบ่าวมีหน้าที่
แค่คอยช่วยเหลือ ซึ่งในประเพณีโบราณฝ่ายเจ้าสาวจะต้องตัดเค้กแล้วนำขนมเค้กที่ตัดแล้วไปมอบให้แก่บุคคล
ต่างๆ ในครอบครัวของฝ่ายเจ้าบ่าวเพื่อแสดงความเคารพ และแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังจะก้าวเข้าไปเป็นหนึ่งใน
สมาชิกของครอบครัวฝ่ายเจ้าบ่าวนับจากนี้เป็นต้นไป
อีกทั้งยังมีประเพณีที่ให้คู่บ่าวสาวป้อนเค้กให้กันและกัน คือการสื่อความหมายถึงการเริ่มต้นชีวิตครอบครัว
ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องสร้างครอบครัวใหม่ด้วยกัน และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่จะต้องดูแลกันและกันตลอดไป
หลังตัดเค้กเป็นชิ้นๆ แล้วฝ่ายบ่าวสาวก็จะแบ่งเค้กเหล่านั้นให้กับผู้ที่มาร่วมพิธีได้รับประทานกัน ซึ่งอาจ
จะทานเลยหรือนำกลับบ้านไปฝากบุคคลที่ไม่ได้มาร่วมงานก็อาจเป็นได้ (ซึ่งในประเพณีโบราณเชื่อว่าหาก
เพื่อนเจ้าสาวคนไหนอยากฝันเห็นเนื้อคู่ของคนในอนาคต ให้นำเค้กแต่งงานไปไว้ใต้หมอนหรือข้างหมอนแล้ว
นอนหลับสาวคนนั้นจะฝันเห็นคู่ชีวิตของตน)
หากจะพูดถึงการเฉลิมฉลองที่มีความสุขมากอีกครั้ง หลังจากวันแต่งงานของคู่บ่าวสาวก็คงจะหนีไม่พ้น
เรื่องการให้กำเนิดลูกน้อย อย่างแน่นอน เพราะเหตุนี้เค้กบางส่วนในพิธีแต่งงานอาจจะถูกเก็บไว้กินเพื่อฉลองใน
วันครบรอบแต่งงานของบ่าวสาวในปีถัดๆ ไป? ?ใช้ฉลองในวันที่คลอดลูกคนแรก? แต่โดยส่วนใหญ่จะใช้ในพิธี
ตั้งชื่อบุตรตามหลักศริสต์ศาสนา? ซึ่งจะเก็บรักษาด้วยการนำเข้าช่องแช่แข็งเอาไว้? ส่วนใหญ่จะเก็บชั้นบนสุด
ของเค้กที่มักจะตกแต่งด้วยผลไม้ซึ่งสามารถเก็บรักษา เอาไว้ได้เป็นระยะเวลานานด้วยการแช่แข็ง (ในอดีตวิธี
การรักษาเค้กให้เก็บไว้ได้เป็นระยะเวลานานๆ ก็คือการใช้น้ำตาลในปริมาณมากๆ เป็นส่วนผสมในการทำเค้ก
และแต่งหน้าเค้ก เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและลดช่องว่างไม่ให้อากาศเข้าไปในเนื้อเค้กซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้
เค้กหมดอายุหรือเสียเร็วขึ้น)
แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 08 มิถุนายน 2010 เวลา 08:46 น.)






